นกแขกเต้า (Red-breasted Parakeet)


สังคมป่าผลัดใบ >> ป่าเบญจพรรณ
ภาพถูกย่อลง ดูขนาดจริง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นกโพระดก
เป็นนกอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในป่า เบญจพรรณชอบกินลูกไม้สุกเป็นอาหาร และมีเสียงร้อง
ที่ไพเราะ
          นกแขกเต้า (Psittacula alexandri) เป็นหนึ่งในนกแก้วที่พบทั้งหมด 7 ชนิด ในประเทศไทย นกชนิดนี้มีลำตัวขนาด 35 ซ.ม. หัวใหญ่ คอสั้น หางยาวแหลม ขนปกคลุมลำตัวสีสันสดใสตัวผู้ลำตัวด้านบนสีเขียว ลำตัวด้านล่างมีสีเขียวอ่อนอมฟ้า บริเวณอกสีชมพูแก้มส้ม หัวสีม่วงแกมเทาหน้าผากมีแถบสีดำคาดไปจรดตาทั้งสองข้าง และมีแถบสีดำลากจากโคนปากไปถึงแก้ม จะงอยปากบนสีแดงสด จะงอยปากล่างสีดำ ส่วนตัวเมียต่างจากตัวผู้ตรงที่หัวเป็นสีน้ำเงินแกมเทาจะงอยปากบนสีดำสนิท นกแขกเต้ามักอาศัยอยู่เป็นฝูง 6-10 ตัว ตามป่าโปร่ง เช่นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ตั้งแต่พื้นราบไปจนถึงระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลออกหากินในเวลากลางวัน นกแขกเต้ามีปากแบบงองุ้มเหมาะสมกับการกินอาหารพวกผลไม้ธัญพืช และเมล็ดพืชโดยเฉพาะลูกไทร ลูกก่อ ข้าวและข้าวโพด แต่บางครั้งก็พากันลงกินดินโป่งด้วยนับเป็นนกนักกระจายพันธุ์พืชที่สำคัญชนิดหนึ่งตามธรรมชาติ นกแขกเต้าชอบอาศัยหากินอยู่บนต้นไม้สามารถตีลังกาเกาะกิ่งไม้ได้ทุกแนวทั้งแนวตั้ง แนวนอน และห้อยหัวลง ขณะกินอาหารจะเห็นมันเปลี่ยนแนวเกาะตามตำแหน่งของอาหารที่กำลังกิน มันบินได้ดีและเร็ว ขณะบินมักส่งเสียงร้อง “แก็ก แก็ก แก็ก” ดังกังวาน ปกติจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ทำรังในโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเองหรือที่สัตว์อื่นทำทิ้งไว้ กฎหมายจัดให้นกแขกเต้าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่ง

ที่มาข้อมูลจาก: หนังสือบันทึกสิ่งแวดล้อมป่าเขตร้อน
กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม