นกโพระดก
เป็นนกอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในป่า
เบญจพรรณชอบกินลูกไม้สุกเป็นอาหาร และมีเสียงร้อง
ที่ไพเราะ |
นกแขกเต้า
(Psittacula alexandri) เป็นหนึ่งในนกแก้วที่พบทั้งหมด
7 ชนิด ในประเทศไทย นกชนิดนี้มีลำตัวขนาด 35 ซ.ม. หัวใหญ่
คอสั้น หางยาวแหลม ขนปกคลุมลำตัวสีสันสดใสตัวผู้ลำตัวด้านบนสีเขียว
ลำตัวด้านล่างมีสีเขียวอ่อนอมฟ้า บริเวณอกสีชมพูแก้มส้ม
หัวสีม่วงแกมเทาหน้าผากมีแถบสีดำคาดไปจรดตาทั้งสองข้าง
และมีแถบสีดำลากจากโคนปากไปถึงแก้ม จะงอยปากบนสีแดงสด
จะงอยปากล่างสีดำ ส่วนตัวเมียต่างจากตัวผู้ตรงที่หัวเป็นสีน้ำเงินแกมเทาจะงอยปากบนสีดำสนิท
นกแขกเต้ามักอาศัยอยู่เป็นฝูง 6-10 ตัว ตามป่าโปร่ง เช่นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง
ตั้งแต่พื้นราบไปจนถึงระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลออกหากินในเวลากลางวัน
นกแขกเต้ามีปากแบบงองุ้มเหมาะสมกับการกินอาหารพวกผลไม้ธัญพืช
และเมล็ดพืชโดยเฉพาะลูกไทร ลูกก่อ ข้าวและข้าวโพด แต่บางครั้งก็พากันลงกินดินโป่งด้วยนับเป็นนกนักกระจายพันธุ์พืชที่สำคัญชนิดหนึ่งตามธรรมชาติ
นกแขกเต้าชอบอาศัยหากินอยู่บนต้นไม้สามารถตีลังกาเกาะกิ่งไม้ได้ทุกแนวทั้งแนวตั้ง
แนวนอน และห้อยหัวลง ขณะกินอาหารจะเห็นมันเปลี่ยนแนวเกาะตามตำแหน่งของอาหารที่กำลังกิน
มันบินได้ดีและเร็ว ขณะบินมักส่งเสียงร้อง แก็ก แก็ก
แก็ก ดังกังวาน ปกติจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
ทำรังในโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเองหรือที่สัตว์อื่นทำทิ้งไว้
กฎหมายจัดให้นกแขกเต้าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่ง
|
ที่มาข้อมูลจาก:
หนังสือบันทึกสิ่งแวดล้อมป่าเขตร้อน
กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
|