ป่าดงดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest)


สังคมป่าไม่ผลัดใบ
ภาพถูกย่อลง ดูขนาดจริง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เอื้องสารภ
กล้วยไม้สกุล Acampe ที่พบขึ้นตามคาคบไม้ ในป่าดิบแล้งทั่วไปในทุกภาค

          ป่าดงดิบแล้งเป็นสังคมป่าไม่ผลัดใบที่มีพืชผลัดใบขึ้นผสมอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้นไม้ส่วนหนึ่งพากันผลัดใบในฤดูแล้ง ปัจจัยหลักที่กำหนดการคงอยู่ของป่าขนิดนี้คือ ต้องมีช่วงแห้งแล้งชัดเจนอย่างน้อย 3-4 เดือน ดินลึกกักเก็บน้ำได้ดีพอสมควร เพื่อเอื้ออำนวยให้พรรณไม้บางชนิดคงใบอยู่ได้ตลอดฤดูแล้ง ปกติจะพบป่าดงดิบแล้งที่ระดับความสูงประมาณ 100-800 เมตร กระจายตั้งแต่ตอนบนของเทือกเขาพนนธงชัย จากจังหวัดชุมพรขึ้นมาจนกระทั่งถึงภาคเหนือ ส่วนทางตะวันออกของประเทศ พบปกคลุมตามแนวเทือกเขาดงพญาเย็น ต่อไปจนถึงจังหวัดระยอง โดยปรากฎผสมอยู่กับป่าไผ่ ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้งผืนใหญ่ที่ยังคงพบในปัจจุบัน เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นป่าดงดิบแล้งอันอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าซุกชุม ด้วยอาณาเขตกว้างขวางถึง 1.3 ล้านไร่ เป็นต้น
          โครงสร้างของป่าดงดิบแล้งจะมีเรือนยอดไม้ปกคลุมต่อเนื่องกันตลอด มีพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ยางแดง กระบาก ตะเคียนหิน เคี่ยมคะนอง ขึ้นผลมกับไม้ผลัดใบ เช่น ตะแบก สมพง มะค่าโมง พยุง สภาพพื้นล่างปกคลุมไปด้วยไม้พุ่ม กล้วยไม้ และเถาวัลย์เลื้อยพันไปมา ป่าชนิดนี้เหมาะสมเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายประเภท อาทิ ลิงอ้ายเงี๊ยะ ชะนีมงกุฎ กระทิง วัวแดง เนื้อทราย และ ไก่ฟ้าพญาลอ เป็นต้น เนื่องจากมีพืชอาหารมากอีกทั้งป่ายังไม่ชื้นจัดจนเกินไป นับเป็นป่าที่มีคุณค่าต่อประชาชนท้องถิ่นนเพราะสามารถใช้เป็นแหล่งอาหารและเก็บหาของป่าที่สำคัญ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งพืชสมุนไพร เช่น เร่ว กระวาน และว่านต่างๆ


ที่มาข้อมูลจาก: หนังสือบันทึกสิ่งแวดล้อมป่าเขตร้อน
กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม