ป่าดงดิบเขา (Hill Evergreen Forest)


สังคมป่าไม่ผลัดใบ
ภาพถูกย่อลง ดูขนาดจริง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ว่านไก่แดงหรือกาฝากก่อตาหมู
ไม้อิงอาศัย ที่พบได้ทั่วไปตามต้นไม้ใหญ่ในป่าดงดิบเขา

          ป่าดงดิบเขาเป็นป่าที่ปรากฎอยู่ในระดับความสูงกว่าสังคมป่าเขตร้อนชนิดอื่น โดยพบในทุกภาคของประเทศไทยที่มีความสูงเกิน 1,200 เมตรขึ้นไป ทำให้อากาศหนาวเย็นและมีความชุ่มชื้นสูงตลอดปี จนเกิดเมฆหมอกปกคลุมอยู่เสมอ กลายเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศ ป่าดงดิบเขาในประเทศไทยแบ่งได้เป็น 2 สังคมย่อย คือ ป่าดงดิบเขาระดับต่ำ พบที่ระดับความสูงประมาณ 1,200-1,800 เมตร และป่าดงดิบเขาระดับสูงปรากฎในระดับความสูงเกิน 2,000 เมตรขึ้นไป ต้นไม้มีกิ่งก้านคดงอตามกระแสลมแรง บนกิ่งขนาดใหญ่และลำต้นปกคลุมหนาแน่นไปด้วยมอส ไลเคน เฟิร์น ฝอยลม และข้าวตอกฤาษี ห้อยระโยงระยางราวกับป่าดึกดำบรรพ์ เช่น ป่าดงดิบเขาบนดอยอินทนนท์ ซึ่งอยู่บนระดับความสูงมากที่สุดในประเทศไทย คือ ประมาณ 2,567 เมตร มีสัตว์หายากที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ซาลาแมนเดอร์หรือจิ้งจกน้ำ และเป็นแหล่งรวมนกอพยพในฤดูหนาวอย่าง นกกินปลีหางยาวเขียว เป็นต้น
          ป่าดงดิบเขาจะเขียวชอุ่มตลอดปี ต้นไม้มีเรือนยอดแน่นทึบภายในป่าจึงร่มครื้นได้รับแสงสว่างพียงรำไร เรือนยอดชั้นบนสุดมีพืชวงศ์ก่อเป็นไม้เด่น เช่น ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อพวง ก่อแป้น ฯลฯ ขึ้นสลับกับไม้อื่นเช่น สนสามพันปี พญาไม้ พญามะขามป้อมดง ขุนไม้ กุหลาบขาว กุหลาบแดง เมี่ยงดอย ฯลฯ ไม้พุ่มจะขึ้นแน่นทึบเฉพาะตรงช่องว่างที่ชั้นเรือนยอดห่างกัน เช่น โคลงเคลงขน กำลังช้างสาร กระเจียวขาว ขมิ้นแดง เป็นต้น ปัจจุบันป่าดงดิบเขาของประเทศไทยถูกรบกวนจนเหลืออยู่น้อยมาก เนื่องจากการแผ้วถางทำลายและปัญหาไฟป่า จนน่าหวั่นเกรงว่าพืชหายากบางชนิดอาจสูญพันธุ์ไปในอนาคต


ที่มาข้อมูลจาก: หนังสือบันทึกสิ่งแวดล้อมป่าเขตร้อน
กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม